เคล็ดลับความปลอดภัย

คำแนะนำของมิชลิน

นอกจากคุณจะต้องเลือกยางที่เหมาะสมแล้ว คุณยังจะต้องหมั่นตรวจสอบและดูแลรักษายางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายางของคุณจะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หน้าสัมผัสเล็กๆ ของยาง กับหน้าที่อันยิ่งใหญ่

แม้ว่าพื้นผิวของยางที่สัมผัสกับพื้นถนนจะมีขนาดเพียงฝ่ามือเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าความปลอดภัย ความนุ่มสบายในการขับขี่ และสมรรถนะในการประหยัดน้ำมันขึ้นอยู่กับหน้าสัมผัสเล็กๆ นี้

ยางจึงมีความสำคัญต่อการขับขี่รถยนต์เป็นอย่างมาก เนื่องจาก

• ยางเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เชื่อมระหว่างรถยนต์กับถนน
• ยางทำหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมดของรถยนต์ ซึ่งรถยนต์โดยทั่วไปจะมีน้ำหนักมากกว่ายางถึง 50 เท่า
• ยางเป็นปัจจัยที่เพิ่มการตอบสนองในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับควบคุมรถยนต์ การ
เร่งเครื่อง และการหยุดรถ
• ยางทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกจากสิ่งกีดขวางต่างๆ บนพื้นถนน

คำแนะนำของมิชลิน

คุณจะต้องเปลี่ยนยางใหม่ก่อนที่ความลึกของร่องดอกยางจะสึกถึงเกณฑ์หรือเหลือเพียง 1.6 มม. ยางทุกเส้นของมิชลินจะมีสะพานยางอยู่ที่ฐานดอกยาง ซึ่งมีความสูงประมาณ 1.6 มม.

ถ่วงล้อเพื่อให้ยางมีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น

คุณจะต้องหมั่นตรวจสอบความลึกของร่องดอกยางอย่างสม่ำเสมอ และต้องเปลี่ยนยางใหม่เมื่อยางสึกถึงเกณฑ์แล้ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายางจะให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถยนต์และการเกาะถนนสูงสุด

ถ่วงล้อเพื่อให้ยางมีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น

คุณจะต้องหมั่นตรวจสอบความลึกของร่องดอกยางอย่างสม่ำเสมอ และต้องเปลี่ยนยางใหม่เมื่อยางสึกถึงเกณฑ์แล้ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายางจะให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถยนต์และการเกาะถนนสูงสุด

เพราะเหตุดังกล่าวข้างต้น ระดับความลึกของร่องดอกยางมีผลต่อความปลอดภัยของคุณเพราะ

• ร่องดอกยางจะช่วยรีดน้ำที่อยู่ภายใต้ยาง และช่วยรักษาความสามารถในการควบคุมรถยนต์
• ยิ่งร่องดอกยางมีความลึกเหลือมากเท่าไหร่ ยางก็จะยิ่งสามารถรีดน้ำออกได้มากเท่านั้น และยังช่วยลดความเสี่ยงของการเหินน้ำด้วย
• การใช้ความดันลมยางที่เหมาะสมและการดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ยางมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดและใช้งานได้นาน
• การยึดเกาะถนนของดอกยางมีผลต่อระยะเบรกที่ต้องใช้ในการหยุดรถ


คำแนะนำของมิชลิน

คุณจะต้องตรวจความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (รวมทั้งยางอะไหล่ด้วย) และก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง โดยให้ตรวจสอบความดันลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ หากคุณตรวจสอบความดันลมยางในขณะยางร้อนหรือผ่านการวิ่งมาแล้วเกินกว่า 2 กิโลเมตร ให้คุณเพิ่มความดันลมยางอีก 4 ถึง 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (0.3 บาร์) จากความดันลมยางปกติที่แนะนำโดยผู้ผลิตรถยนต์

ตรวจสอบความดันลมยางทุกๆ เดือน

ความดันลมยางที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียการควบคุมรถยนต์ และช่วยไม่ให้ยางสึกก่อนเวลาอันควร รวมทั้งช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างภายในของยางอีกด้วย

โดยปกติแล้ว ความดันลมยางจะลดลงประมาณ 2 ถึง 3 ปอนด์ต่อตารางนิ้วต่อเดือน เนื่องจากการซึมของลมออกมาจากชิ้นส่วนต่างๆ ของยางตามธรรมชาติ หรือแม้แต่การที่อุณหภูมิในบรรยากาศลดลง ดังนั้น การตรวจสอบลมยางทุกๆ เดือนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจัยดังต่อไปนี้

• ความดันลมยางอ่อน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียหายของยาง
• ความดันลมยางที่สูงกว่าคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์ 20% จะลดอายุการใช้งานของยางลงถึง 10,000 กม.
• ความดันลมยางที่ถูกต้อง จะช่วยในการประหยัดน้ำมัน

คุณสามารถตรวจสอบความดันลมยางที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์ได้จาก

• คู่มือประจำรถจากผู้ผลิตรถยนต์

คำแนะนำของมิชลิน

คุณจะต้องทำการถ่วงล้อทุกครั้งที่คุณได้เปลี่ยน ถอด หรือใส่ยาง หรือเมื่อตะกั่วที่ใช้ถ่วงล้อถูกเคลื่อนย้ายหรือเอาออกไป

ถ่วงล้อเพื่อให้ยางมีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น

การถ่วงล้อช่วยป้องกันไม่ให้ยางสึกก่อนเวลาอันควรและช่วยลดแรงสั่นสะเทือน อีกทั้งยังช่วยป้องกันระบบกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว และลูกปืนของรถยนต์

หากล้อขาดสมดุล ไม่ว่าจะเป็นล้อหนึ่งล้อใดของรถยนต์หนักหรือเบากว่าล้อส่วนที่เหลือ จะทำให้ยางและรถยนต์เกิดอาการดังต่อไปนี้

• ยางสึกไม่เรียบ หรือสึกเร็วกว่าปกติ
• มีอาการสั่นที่ล้อ
• มีแรงกดบริเวณข้อต่อต่างๆ ของรถยนต์มากขึ้น
• ข้อต่อต่างๆ ของรถยนต์สึกหรอก่อนเวลาอันควร

คำแนะนำของมิชลิน

เมื่อยางรถยนต์ของคุณกระแทกกับวัตถุที่มีพื้นผิวแข็ง เช่น ขอบถนน บาทวิถี หรือ หลุมบ่อบนท้องถนน หรือเมื่อคุณสังเกตุพบว่ายางสึกผิดปกติ ให้คุณติดต่อผู้แทนจำหน่ายยางมิชลินเพื่อทำการตรวจสอบยางโดยละเอียดว่าต้องทำการตั้งศูนย์ล้อใหม่หรือไม่

การตั้งศูนย์ล้ออย่างถูกต้องช่วยให้ขับขี่ปลอดภัย

หากแนวและองศาของล้อและเพลา รวมถึงระบบช่วงล่างได้รับการตั้งศูนย์ไม่ถูกต้อง จะส่งผลให้การควบคุมรถยนต์บนท้องถนนไม่ดีและการขับขี่ไม่ปลอดภัย ดังนั้น การตั้งศูนย์ล้ออย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการขับขี่รถยนต์ เนื่องจาก

• ทำให้ควบคุมรถยนต์บนท้องถนนได้ดี
• ป้องกันยางจากการสึกที่ผิดปกติ หรือสึกก่อนเวลาอันควร
• ประหยัดน้ำมัน